ผู้เอาประกัน


การประกันชีวิตเสริมสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว
ผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต หรือซื้อกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองด้านอื่น คือผู้ที่ซื้อความมั่นใจในความมั่นคงของชีวิต หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทั้งปวง การที่หัวหน้าครอบครัวได้ทำประกันชีวิตไว้ก็เท่ากับว่าได้สำรองเงินก้อนใหญ่ตามภาระผูกพันกับบริษัทประกันชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แสดงถึงความรับผิดชอบและหลักประกันอันมั่นคงต่อครอบครัวอันเป็นที่รัก
   
การประกันชีวิตสร้างนิสัยการออมทรัพย์
วัตถุประสงค์รองของการประกันชีวิต คือการออมทรัพย์จากการเก็บเบี้ยประกันในอัตราคงที่ของบริษัทประกัน ทำให้การประกันชีวิตเป็นการออมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินสะสมคืนครบกำหนดตามระยะเวลาตามกรมธรรม์ ซึ่งจะช่วยให้การออมทรัพย์ประสบความสำเร็จ เพราะการทำประกันชีวิตไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้เหมือนกับการนำเงินไปฝากธนาคาร
   
การประกันชีวิตเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
เมื่อกรมธรรม์ครบระยะเวลาตั้งแต่สามปีขึ้นไป จะมีมูลค่าเงินสด หากผู้เอาประะกันเกิดมีความจำเป็นทางการเงินก็สามารถขอกู้เงินจำนวนหนึ่งไปใช้ได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ การประกันชีวิตจึงเท่ากับเป็นการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน
   
ผู้เอาประกันชีวิตสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้
คุณสามารถหักลดหย่อนภาษีในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 50,000 บาทต่อปี โดยให้มีผลตั้งแต่ 1มกราคม 2545 

ข่าวดีนี้เกี่ยวข้องกับท่านอย่างไร?
  1. ได้รับประโยชน์จากสิทธิในการหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องเสียภาษีในอัตรา 20% เดิมรัฐให้สิทธิในการนำเบี้ยประกันชีวิตมาหักลดหย่อนภาษีในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท นั่นคือรัฐได้ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ 2,000บาท แต่ในปัจจุบันที่รัฐให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท หมายถึงรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในส่วนประกันชีวิตถึง 10,000 บาท นั่นก็คือในเงินเบี้ยประกันที่คุณชำระปีละ 50,000 บาทนั้น คุณชำระจริงเพียง 40,000 บาท โดยมีรัฐเข้ามาสนับสนุนถึง 10,000 บาท
  2. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการสร้างหลักประกันของรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น