- เป็นผู้มีเงินได้ที่ชำระค่าเบี้ยประกันในปีภาษีนั้นๆ
- กรมธรรม์ประกันชีวิตที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไปหรือตลอดชีพ
- ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ซื้อกับบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น
- ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริง สูงสุดได้ถึง 50,000 บาท
- ในกรณีที่ผู้มีเงินได้มีคู่สมรส ที่ความเป็นสามีภรรยามีอยู่ตลอดปีภาษี ซึ่งคู่สมรสมีกรมธรรม์ประกันชีวิตระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไปที่ซื้อกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทย หากคู่สมรสไม่มีเงินได้ ผู้มีเงินได้สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท นั่นคือ ผู้มีเงินได้ที่มีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้จะสามารถหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดถึง 60,000 บาท
อย่างไรก็ตาม หากคู่สมรสมีเงินได้ ผู้มีเงินได้และคู่สมรสสามารถแยกกันชำระภาษี ซึ่งต่างก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินคนละ 50,000 บาท
เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นเสียภาษี
ยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม คือนำใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยบริษัท แนบพร้อมกับการยื่นเสียภาษี กรณีทำใบเสร็จรับเงินสูญหาย สามารถขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันชีวิตจากบริษัท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น